
2555/01/11
ปีใหม่ ... อะไรใหม่ๆ ก็มักจะเกิดขึ้น

2554/06/06
ยินดีคูณสอง
2553/11/16
family@บางสะพาน
อิ่มหนำสำราญกันไป 1 มื้อ ก็ขอถ่ายรูปสักหน่อย งานนี้มีลูกสาว ปุยๆ เป็นดาราหน้ากล้องตลอดทริปเลย พูดถึง ปุยๆ ไม่ค่อยได้ไปไหนไกลๆ ออกจากบ้านมาไม่ยอมนอนเลย อดทนที่สุด ตาปรือ ไม่รู้ว่าอยากจะเที่ยวหรือกลัวโดนทิ้งไว้เป็นหมาภูธรหว่า

หลังจากถ่ายภาพกับอิ่มหมีพีพันแล้ว ก็เดินทางเข้าสู่ที่พัก ... ทริปนี้เราเลือกที่กำเนิดพลอยรีสอร์ท อำเภอบางสะพานน้อย ที่พักที่เราเลือกอยู่ติดชายทะเลเลย มีสระน้ำอยู่ด้านหน้า แต่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไหร่ ความสะอาดใช้ได้แต่แสงสว่างน้อยเกินไป จนไม่สามารถทำอะไรได้เลย ถ้ามองว่าโรแมนติค ... ก็ใช่ แต่ควรให้สว่างกว่านี้แล้วให้เราปรับแสงไฟได้เองมากกว่า ส่วนอาหารเช้าเป็นแบบบุฟเฟต์ ... พอใช้ได้ แต่แยมสำหรับทาขนมปัง ใช้แบบเกรดไม่ดีเลย ทานแล้วเลี่ยนไปหมด อีกอย่าง ... พนักงานไม่ทำความสะอาดท้องด้วยอ่ะ ทั้งๆที่แจ้งแล้วว่าให้เข้าทำได้ สรุปเลยไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่เลย

เช้าอีกวัน ... พาแม่ไปเยี่ยมญาติๆ ที่บางสะพาน และไปหัดทำซาลาเปากันมา ((ลืมถ่ายรูปแหะเรา)) บ่ายๆ ไปเดินตลาดไปซื้อปู ซื้อปลามาทานกัน ปูราคาถูกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก โลละ 200 ทานกันจาเบื่อไปเลย และแวะไปทานอาหารเที่ยงที่ .... ((ลืมชื่ออะ ... แต่บรรยากาศดีมากกกกก))


2553/10/14
ดี๊ด๊า
กลับบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองคือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บ้านเกิดของแม่ ....
แต่พอวันพฤหัส ศุกร์ พ่อกะแม่ และพี่สาวจะเลยไปบ้านเกิดพ่อ
ที่นครศรีธรรมราช อยากไปอ่ะ
แต่ .... ได้หยุดสามวันก็หรูละ
ไว้กลับมาจะมาอัพภาพสวยๆ ให้ดูน๊า
ตอนนี้ ดี๊ด๊า อยากไปเที่ยวมากกกกกกกกกกกกก
อุปกรณ์เสื้อผ้าตัวเองไม่เท่าไหร่
แต่ ... ของลูกสาว ปุยๆ นี่สิ
ยิ่งกว่าของแม่มันซะอีก
เห้อ~~~~
2553/06/13
อัพเดท
อัพเดทหน้าตาตอนนี้พร้อมอายุ 33 ปีเอาไว้ ((แก่ดีจังเรา))
2553/06/01
คุณ lilyles
ถึงคุณ Lilyles ค่ะ
จั๊กไม่ลบหรอกค่ะสำหรับคอมเม้นต์ของคุณและขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ติดตามอ่านมาตลอดตั้งแต่ที่เลสล่า ยังไงก็คิดตามเรื่องไร้สาระกันต่อไปนะคะ
สำหรับคุณพี่คนนั้นสำหรับจั๊ก เราได้จบกันไปแล้วค่ะ เจ็บดีเหมือนกัน ทั้งที่ตอนแรกก็คิดแค่ว่าเล่นๆ ถูกใจในนิสัยของพี่เค้า ก็เลยอยากคบดู และในเมื่อเรารู้อนาคตอยู่แล้วว่ายังไงสักวันมันต้องจบ พอจบจริงๆ ก็ทำให้เซ ไปพอสมควรเหมือนกันค่ะ
แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ..... ปล่อยให้มันจบๆไป เริ่มต้นใหม่กับทุกสิ่ง และไม่เคยเข็ดกับการตามหาความรักค่ะ หลายๆคนบอกว่าอยู่คนเดียวไม่ได้เหรอ ทำไมต้องตามหาความรัก ถ้าให้ตอบ ก็อยู่ได้นะคะ แต่เหงา เพราะจั๊กเป็นคนเพื่อนน้อย และในมุมมองของจั๊กบางเรื่องเนี่ยะ เพื่อนไม่สามารถรับฟังหรือเข้าถึงตัวตนเราได้เหมือนแฟนค่ะ
ยังไงก็ยังตามหามันต่อไปค่ะ แม้บางคนที่เข้ามาจะทำให้เจ็บๆ แสบๆ เกิดแผลเป็นลึกๆ แบบพี่นุช และคนที่กำลังเขียนถึงอยู่ในปัจจุบัน ก็กำลังเริ่มค่อยๆบรรจงกรีดให้เป็นรอยแผลอันใหม่ (หรือเปล่า) อันนี้ก็ยังไม่รู้ หากการที่เราได้ศึกษาใครสักคนแม้มันจะไปรอดไม่รอด อย่างน้อยก็ทำให้ได้เรียนรู้นิสัยคนค่ะ
แล้วคุณ Lilyles เป็นยังไงบ้างคะ ถ้าแวะมาก็ทักทายกันได้นะคะ ยินดีสำหรับคำคอมเม้นต์ทุกอันค่ะ ไม่เคยลบ แม้คนเข้ามาด่า ((ตอนคบนะโมโดนตรึม))
ยินดีที่ได้รู้จักกันค่ะ
2553/05/03
เรารักในหลวง
ในหลวงทรงรู้ว่ามีคนไม่อยากให้มีสถาบันกษัตริย์ และท่านทรงบอกคนทำงานของท่านว่า ขอให้บอกเรานะ อยากให้เราปรับตัวอะไรบ้าง หรือ อีกนัยนึงก็คือว่าให้โอกาสเราที่จะปรับตัวด้วย
อาจารย์ปราโมทย์ยังกล่าวอีกว่า ฟังแล้วรู้สึกว่าท่านโดดเดี่ยว ถ้าประชาชนไม่ปกป้องท่าน ท่านก็ไม่มีอำนาจอันใดที่จะไปบังคับให้ประชาชนรักหรือภักดีแต่ในทางกลับกันพระองค์ทรงพยายามปรับตัวเพื่อประชาชนและทำทุกอย่างเพื่อประชาชน
ครั้งแรกที่ได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ .... รู้สึกอึ้งว่าพระองค์พระชนมมายุขนาดนี้แล้วยังทรงงานเพื่อประชาชนอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย และทำไมยังมีคนที่ไม่รักและไม่ต้องการท่านอยู่ในแผ่นดินของท่าน ประชาชนที่พระองค์ทรงรักและทำประโยชน์เพื่อทุกคนมาตลอดชีวิต
ตอนเด็ก ... พ่อเล่าว่า เคยถามพ่อว่า นั่นใครทำไมเห็นในทีวีบ่อยๆ ทำไมต้องรักและเคารพกันขนาดนั้น พ่อตอบว่าพระองค์คือกษัตริย์ คือพ่อหลวง คือบุคคลที่ประชาชนทุกคนเคารพรักโดยไม่ต้องบีบบังคับให้ทำ รักเหมือนที่นู๋รักพ่อรักแม่โดยไม่หวังอะไรตอบแทนไง
โตมา ... จนวัยทำงาน จนวันที่เฉลิมฉลองการครองราษฎร์ เพื่อนๆ ที่ทำงานนัดรวมตัวกันใส่เสื้อเหลืองไปที่ลานพระรูปทรงม้า แต่ก็ไม่ได้ไปกะเค้าเพราะประมาณตัวเองได้ว่าคงไม่ไหว ได้แต่ดูทีวีอยู่ที่ทำงานนั่นแหละ จำได้ว่านั่งร้องไห้ น้ำหูน้ำตาไหลอยู่คนเดียว
และที่สำคัญทุกวันนี้ที่ยอมมารับราชการก็เพราะพระองค์อีกนั่นแหละ เพราะต้องการเป็นข้าของพระองค์ ((ไม่ใช่ขี้ข้าของใคร ... ไม่ได้ว่าใครนะคะ แต่เจอคนประเภทมองข้าราชการเป็นขี้ข้าของประชาชนบางคนอ่ะค่ะ))
บางครั้ง ... เวลาดูทีวี เวลาอยู่ในโรงหนังแค่เห็นพระองค์ก็น้ำตาซึมแล้ว บางครั้งอีกนั้นแหละที่เคยนึกถามตัวเองว่า ถ้าการทดแทนชีวิตด้วยชีวิตทำได้ แลกกันได้ จะขอมอบเวลาและชีวิตที่เหลือให้พระองค์ เพราะพระองค์ทรงทำประโยชน์แด่ปวงชนชาวไทยอย่างแท้จริง
ยังจำกันได้ไหมที่พระองค์ทรงป่วยครั้งก่อน วันที่บ้านเมืองเรายังไม่มีสี หลายๆคน เป็นห่วงพระองค์ ไปนั่งเฝ้า นั่งรอ สวดมนต์ ภาวนาให้พระองค์หายป่วย ให้พระองค์แข็งแรง พวกเรารวมใจกันเป็นหนึ่งเดียว
แต่ทำไมวันนี้ ... เราถึงแตกแยก เราถึงไม่รวมใจทำเพื่อพ่อกันบ้าง ทำให้พ่อสบายใจ ทำให้พ่อเห็นว่าเรารักสามัคคี ทำเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง มิใช่ทำลายกันจนเศรษฐกิจตกต่ำ ขนาดนี้ กว่าจะสร้างกันมาได้ กี่สิบ กี่ร้อยปี แต่การทำลายมันเพียงวินาทีเดียวเท่านั้น
สิ่งที่ทำกัน ... มันเลวร้ายยิ่งกว่าปีที่สึนามิเข้าถล่มบ้านเราอีก เพราะวันนั้นทุกคนมีน้ำใจ เห็นใจ และสามัคคีกัน ช่วยเหลือกัน ไม่แบ่งแยก
เห้อ!!!! ที่เขียนนี่ไม่ได้เข้าข้างหรือไม่ชอบฝ่ายใดนะคะ มันรู้สึกหลายครั้งแล้วและความรู้สึกที่สำคัญที่สุดคือ "รักในหลวง" มากๆค่ะ ไม่อยากทำให้ท่านไม่สบายใจ
เราเป็นคนไทย เราถูกหล่อหลอมมาด้วยสถาบัน เรามีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทรงเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เราอยู่ภายใต้ระบอบประชาธิปไตยมานานแสนนาน เราพัฒนาประเทศมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะพระองค์ทีทรงคิดริเริ่มสิ่งต่างๆ มาให้เรา
และเราจะทำลายกันเอง ทำลายประเทศชาติ ฆ่าฟันกันไปเพื่ออะไร ยังไงคนไทยก็เลือดเดียวกัน แม้จะคนละตระกูล คนละฐานันดร หากมองย้อนไปยังไงก็พี่น้องกัน
ps.หากใช้ภาษาผิดก็กราบขอโทษมา ณ ทีนี้ด้วยนะคะ
ps2.ไม่ได้เจาะจงว่าใคร หรือลบหลู่นะคะ แต่เขียนมาจากใจจริง
ps3.รักพระองค์มากค่ะ
2553/03/09
^^ ยิ้ม
รู้แต่ว่า....ตอนที่พี่โทรมาหาตอนกลางคืน ไม่กล้าที่จะถามออกไปหรอกว่าคืออะไร พี่เองนั่นแหละกลับเป็นคนถามและขอเคียร์ให้เข้าใจว่ามันคืออะไร หมายความว่าอย่างไร
ก็เลยย้อนถามพี่ไปว่าแล้วความหมายของสิ่งที่ส่งมาคืออะไร ตอนที่ส่งมาคิดอะไรอยู่ พี่ตอบได้แค่ว่ามันก็ตรงตามประโยค ก็เลยตอบไปว่าก้ไม่เข้าใจนี่น่า พี่เลยบอกว่าเข้าใจแค่เพียงว่า "บางครั้งคิด ... แต่พูดไม่ได้" ซึ่งฟังแล้วก็เข้าใจยิ้มออก เพราะมันเป็นความหมายที่รู้กันเพียงสองคน
และพี่ก็ถามย้ำอีกว่าแล้วความหมายของเราล่ะคืออะไร เลยตอบไปบ้างว่าก็ตามนั้นแหละ ตรงๆ เลย ไม่ต้องคิดอะไรมาก พี่ก็ยังอยากให้พูด เลยบอกไปว่ากลับมามะไหร่ค่อยคุยเรื่องนี้กันดีกว่านะ
พี่ก็แอบขำ พี่บอกว่าเสียงเราตอนนั้นดูซีเรียสมากๆเลย แต่เอาเป็นว่ามันเป็นอะไรที่เรารู้กันสองคนละกันเนอะ ^^
จากที่เครียด สมองตึงๆ นอนไม่หลับเลยนอนหลับฝันดีเลยทีนี่
เช้ามายังมีข้อความหวานๆ ส่งมาให้นั่งยิ้มได้ทั้งวันอีก ดีใจจัง
ps.เรื่องของพี่กะเรามันมีรายละเอียดเยอะมาก ไม่ใช่เพราะรู้สึกดีดีกะพี่เค้าแล้วตาบอดนะคะ แต่มันเป็นอะไรที่รู้ว่า ..... พี่แคร์เรา และอยากให้เรายืนตรงนี้ ^^
ขอบคุณทุกความคิดเห็นนะคะ
2553/03/08
เวลาที่เหลือ
ข้อความจากพี่ ส่งมาจากวัด พี่คิดอะไรอยู่ พี่ต้องการบอกอะไร
ถ้าให้คิดเองก็เข้าใจอยู่แล้วว่า คำว่าเราไม่มีวันที่จะเกิดขึ้นมาได้ ขอแค่ครอบครองช่วงเวลาที่เหลือ ใช้มันให้คุ้มค่าแค่นั้นก็พอใจแล้ว
รู้ว่าระหว่างเรามันคงเป็นไปไม่ได้ เมื่อคนของพี่กลับมาพี่เองก็พร้อมจะกลับไป พี่รักเค้ามากมาย และพร้อมที่จะรอคอยอย่างไม่เงื่อนไข
ความผูกพันระหว่างมันไม่มากพอที่จะทำให้พี่เลือกคนที่จะอยู่เคียงข้างพี่ได้เช่นกัน
ขอแค่เวลาที่เหลือ ใช้เวลาเหล่านั้นด้วยกันให้คุ้มค่าจะได้ไหมคะ
2553/03/07
งอแง
ตอนแรกลืมไปแล้วว่าต้องไปทำดีนะมีคนเตือน ส่ง sms ไปบอกพี่ ทำเอาพี่เกือบหลุดจากสมาธิ ไม่ดีๆๆ เลยรู้งี้ไม่ทำแบบนี้ดีกว่าทำให้พี่เป็นห่วงแบบนี้ไม่ดีเลย
พี่ส่ง sms มาถามเลยส่งรายละเอียดไปบอกทั้งหมดพี่จะได้ไม่ห่วง แต่ก็รู้ว่าห่วง เพราะโทรหามากผิดปกติ แถมใน sms ทำให้พี่คิดไปไกลได้อีกทั้งๆ ที่เราไมได้คิดอะไรเลย
กะแค่ประโยคที่ว่า "จะได้ไม่ต้องให้คนอื่นเดือดร้อนไปส่ง" เราก็หมายถึงพี่สาวนั่นแหละ แต่พี่คิดไปถึงไหนมะรู้ว่าคนอื่นคือใครกันนะ ตอนพี่ถามก็ยังไม่เข้าใจเท่าไหร่ ตอนไปอาบน้ำนั่นแหละถึงได้เข้าใจว่าพี่สงสัยว่าคนอืนเนี่ยะใคร
ดีใจๆๆๆ .... แถมตอนกำลังงอแงสุดๆ คิดถึงพี่สุดๆ พี่ก็โทรมาหาพอดีเลยอ่ะ ส่งท้ายด้วยไม่
งอแงแล้วนะ จะออกไปส่ง sms บอกด้วย
เมื่อวาน...นัทถามว่ารักพี่เค้าไหม ตอบได้ว่ายังไม่รัก แต่ก็บอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่า ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าจะเจออะไรแล้วทำไมถึงยังไม่อยากเลิกกะพี่เค้า และความรู้สึกลึกๆ ก็บอกอีกละว่าเราสามารถยืนอยู่ตรงนี้ได้ เลิกกะพี่เค้าไม่ได้หรอก
ทำไมถึงร้สึกแบบนี้นะ ไม่ดีเลยอะ ไม่อยากผูกพันมากไปกว่านี้ กลัวถ้าต้องแยกกันจริงๆ ก็คงต้องเจ็บอีกเหมือนเคย
2553/03/06
แง๊!!คิดถึงจัง
ช่วงนี้คุยกะนัทค่อนข้างบ่อยและขอบคุณที่อยู่เป็นเพื่อนในช่วงเวลาที่ไม่มีใครนะจ๊ะ ขอบคุณมาก บางทีเวลาคุยกันรู้สึกแย่นิดๆ เวลาที่นัทบอกว่าคนใหม่ของคุณดีแสนดี ทำให้มองย้อนมาหาตัวเองว่า เออ!!!ชั้นมันเลวแหะ
เห้อ...ทำไงได้ ก็เป็นแบบนี้ ถึงไม่มีใครมารักมาจริงจังด้วยเนอะ คงมีแต่เพียงคนที่ผ่านมา และก็ผ่านไป เหมือนลมอุ่นๆ ที่พัดมาให้ใจให้กายมันอุ่นเล่นและก็ลอยผ่านไป
วันนี้ ... พี่ป่วย ตาเจ็บ โทรมาอ้อน (อยู่วัดโทรมาอ้อนได้นะเออ ดูสิ) จะเอายาไปให้ก็ไม่ยอม อ้อนเสร็จก็วางสายไป เกือบบ่ายสามโทรมาอีก ตกใจหมดเพราะไม่นึกว่าจะโทรมา ที่แท้...ปวดตามากกกทนไม่ไหว อ้อนให้เอายาไปส่งหน่อย แต่ต้องไปก่อนสี่โมงนะ เพราะต้องไปเดินจงกรมช่วงสี่โมงสิบห้า
หันไปมองนาฬิกา ตายแล้ววว ชั้นจะไปทันมะนี่น้ำก็ยังไม่ได้อาบ ผมก็ไม่ได้สระ ต้องไปซื้อยาอีก รีบๆ แทบแย่ สรุปได้แต่อาบน้ำ ผมก็ไปแบบเหนียวมัดมวยเอานั่นแหละ หน้าก็ไม่ได้แต่งดูสิ ไปแบบโทรมๆ เลยนะนี่
สี่โมงพี่โทรตามเลยบอกจะถึงแล้ววว แต่จริงๆแล้วรถติดมากกกกก ทำไงได้อ่ะ ไปถึงมองหาพี่ ปกติก็เป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว มานุ่งขาวห่มขาว ทานข้าววันละมื้อแบบนี้ยิ่งผอมเข้าไปอีก แต่พี่เก่งนะ .... เพราะปกติดื่มทุกวัน สูบอีกต่างหาก พอไปอยู่วัดกลับงดได้หมดเลย เก่งมากๆ ถ้ากลับมาแล้วงดได้แบบนี้ก็จะดีเนอะ
ดูแล ... เอายาหยอดให้ ให้ล้างตา หิดตา ทานยาและอื่นๆ ก็ได้เวลาถูกเรียกไปเดินจงกรมพอดี รวมเวลาได้เห็นหน้าทั้งสิ้นสิบนาทีถ้วน เห้อ!! ก็ดีกว่าไม่ได้เจอละเนอะ
ตอนแยกกันพี่ดูสงบมาก ไม่หันหลังกลับมามองเลยมีแต่แนทน่ะแหละ มองแล้วมองอีก มองไปมองมา แง๊!!!อยากกอดนิ คิดถึงจัง
ตำตอบ
มีเวลาพี่ก็โทรหาเป็นปกติ
เรา...เป็นหนึ่งในใจพี่เค้าเสมอ
อีกไม่นาน
เมื่อคนของพี่เค้ากลับมายืนที่เดิม
ความเป็นหนึ่งของเรา
คงหายไป
ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนกับการรอคอย
ให้พี่มายืนเคียงข้าง
และกอดให้ความอบอุ่บเหมือนอย่างเคย
ปกติเป็นคนที่ทำอะไรต้องมีคำตอบให้กับชีวิต
เป็นครั้งแรกที่อยู่โดยไม่มีคำตอบ
มันจะทรมานหรือมีความสุขรออยู่ข้างหน้านะ
วัน .. เวลา
คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
เกิดคำถามขึ้นมากมาย
คำถามที่ต้องการคำตอบแต่ไม่กล้าที่จะถาม
ระหว่างเรามันคืออะไร
คือสิ่งที่พี่พูดใช่ไหมว่าเราต่างก็โตกันแล้ว เข้าใจและรู้ในสิ่งที่ทำ
และจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร
ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงโพล่งถามไปแล้ว
คงไม่รอเวลา
ตอนนี้...รู้สึกใจเย็นขึ้น
และพอวันผ่านไป ... กลับไม่ต้องการคำตอบ
ให้วัน ... เวลา เป็นคำถามและคำตอบ ในตัวของมัน
ถึงวันนั้น ก็จะรู้เอง ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร
คงเหลือเพียงใจนี่ละ ว่าจะรับได้
และมีน้ำตามากน้อยแค่ไหน
หรือบางทีมันอาจจะเจ็บจนชิน
2553/03/05
เมื่อไหร่
คุยเรื่องวัด เรื่องที่พี่ไปปฏิบัติธรรม
คุยไปมา พี่บอกน้องสาวมากลับมาอยู่บ้านแล้ว
ความหมายคือไปที่บ้านพี่ไม่ได้แล้ว
คุยไปมา พี่บอกว่าเรื่องของเราคุยกันเข้าใจแล้ว
เลยถามไปว่าเรื่องอะไร ก็คือ เดือนหน้าแฟนของพี่ที่ไม่คิดจะกลับมาจะกลับมา
เลยเกิดคำถามพร้อมน้ำตาว่าที่ของฉันอยู่ตรงไหน
ความสุขที่มีมันสั้นจริงๆ
ดีที่ตัดสินใจไขว่คว้าเอาไว้ แม้ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีวันสมหวังแน่นอน
เสียใจ ที่ความสุขที่มีมันน้อยจนเกินไป
ถามพี่ว่า ไปที่บ้านไม่ได้เหรอ คำตอบ น้องพี่รักคนนั้นมาก
ความหมาย ก็กลัวแฟนพี่รู้เรื่องนั่นแหละ
ถามเราจะได้คุยและได้เจอกันไหม
คำตอบ ได้แต่พี่ต้องเป็นคนโทรหาและอย่างหลังไม่รู้
และพี่คิดเหรอคะ ว่าสถานะที่พี่จะให้ยืน
จะยอมและทน
บอกแล้วรักแค่ไหน ถ้าต้องรักแบบเจ็บๆและมีน้ำตา
ขอไม่รักดีกว่าค่ะ
ไม่อยากเชื่อเหมือนกันที่พูดเล่นๆว่า
ขอกอดเก็บไว้ เผื่อไม่ได้กอดอีก
มันจะเป็นจริงอย่างที่คิด
ไม่อยากจากอ้อมกอดนี้ไปนะ
ยอมรับว่าอุ่นมากๆ อยากกอด อยากให้พี่กอดแบบนี้ตลอดไป
อยากให้เราอยู่เคียงข้างกัน แต่มันคงเป็นไปไม่ได้เนอะ
ไม่รู้เราจะได้เจอกันอีกไหม
ไม่รู้เราจะได้กอดกันอีกไหม
รู้แต่....อนาคตของเรามันไม่มีแน่นอน
พี่เคยถามว่า ถ้าไม่มีหมอน กระเป๋า หรือผ้าห่มให้กอด จะกอดอะไร
ตอบพี่ไปว่าก็กอดตัวเองไง ทำไงได้ เมื่อไม่มีใครมากอด
อุ่นดีนะ ถึงจะเหงาและมีน้ำตาไปบ้าง
แต่มั่นใจได้ว่า อ้อมกอดนี้จะไม่หักหลังเราแน่นอน
เมื่อไหร่จะได้เจอความสุขจริงๆ สักที
^^
ไปราชการที่ชัยนาท สุพรรณมาสองวันหนึ่งคืน เป็นครั้งแรกที่ออกนอกพื้นที่แล้วไม่ได้พกกล้อง ไม่ได้เก็บภาพต่างๆกลับมาอัพบล็อค เพราะน้าสาวยืมไปไม่เอามาให้สักที แต่ก็ไม่เป็นไรเพราะอากาศมันร้อนมากๆ จนไม่อยากจะทำอะไรอยู่แล้ว
วันศุกร์ .... ตื่นแต่ตีสี เช้ามากกกกกกกก ซึ่งตอนกลางคืนกว่าจะได้นอนก็ปาไปตีหนึ่งกว่าแล้ว เพราะมัวแต่คุยเครื่องเครียดของพี่กันจนไม่ได้ดูเวลา หันมาอีกที นอนเหอะ ... มะงั้นอาจจะไม่ตื่นได้ พอจะนอนพี่ก็บอกว่าปลุกพี่ให้ได้นะ กลัวไม่ตื่นจัง
ตอนเช้า ... กว่าจะขุดตัวเองให้ลุกจากที่นอนได้ก็ลำบากมากๆ เพราะง่วงสุดๆ ได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง ส่วนพี่หลับเป็นตายมากกว่าเพราะแอบกินเหล้าแก้เครียดไปด้วย กว่าจะขุดขึ้นมาได้ก็ตอนแต่งตัวเสร็จแล้วไปปลุกนั่นแหละ เห็นแล้วขำดี รีบแทบตาย กาแฟชงเสร็จก็เอาไปหม่ำๆ ในรถด้วยไม่เสียเวลาดี
พอขึ้นรถ...ก็อยากหลับมากกก ปกติเป็นคนที่ขึ้นรถแล้วหลับตลอด สามสี่วันที่พี่ไปส่งก็หลับต่อทุกวันเหมือนกัน แต่วันนี้ ... ถามพี่เพื่อความชัวร์สองรอบว่า ไหวไหม ง่วงไหม จนพี่ลูบหัวแล้วบอกว่า หลับไปเหอะ ... ไม่มีรีรอค่ะ เอนเบาะหลับทันที สักพักพี่ก็เอาเสื้อมาคลุมให้กันหนาว อุ่นดีจัง
หลับจนไปถึงที่ทำงาน ... ยังไม่ได้เวลาตามนัดพี่เลยไม่ปลุก ปล่อยให้นอนต่อ จนได้เวลาก็ต้องแยกกันซะละ ใจมันหวิวๆ ไม่อยากแยกเลย เพราะเย็นนี้พี่ต้องไปปฏิบัติธรรมที่วัด ไม่ได้เจอ ไม่ได้คุย กันตั้งแปดวัน คิดถึงจัง
ระหว่างที่พี่เดินทางไปวัดก็โทรหากันตลอด เพื่อให้ส่งจนถึงหน้าวัดเลย พอจะถึงวัดไม่อยากพูดอะไรมาก กลัวทำให้พี่กังวลระหว่างที่ปฏิบัติธรรม ได้แต่บอกว่าไม่ต้องห่วงดูแลตัวเองได้ และยังแอบถามอีกว่า .... คิดถึงผอดศีลไหม พี่หัวเราะใหญ่แล้วบอกว่า พี่น่ะได้แค่นึกถึง ส่วนแนทอ่ะตามสบาย อิอิ
ช่วงนั้นก็คิดถึงพี่ตลอด ว่าเป็นไงบ้าง ได้เวลารับศีลแล้ว ต้องอยู่ที่วัดแล้ว จะกิน จะนอน ยังไง เพราะปกติในการดำเนินชีวิตของพี่ไม่เหมือนกับชาวบ้านเค้าเท่าไหร่ แถมช่วงนี้ป่วยด้วยอ่ะ แต่ห่วงได้ไม่เท่าไหร่ก็นอนนนนนนน......เพราะเหนื่อยสุดๆ
วันนี้ตอนเที่ยง อยู่ๆ เสียงโทรเครื่องเฉพาะก็ดัง ตกใจหมด ว่าพี่โทรมาได้ไง พี่บอกว่าคนอื่นเค้าก็ใช้ได้ พี่เลยไปเอามาจากในรถมาโทรมั่ง อ้าวๆ นะ
ส่วนตอนนี้ ... ง่วงงงสุดๆ รอพี่โทรหา ไม่รู้จะได้โทรได้ป่าว แต่เห็นบอกจะโทรมา ไม่โทรก็ไม่เป็นไร อยากให้พี่ปฏิบัติธรรมให้สุดๆ ไปเลย ให้จิตใจสงบ มีสมาธิ และอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย
แนทขออนุโมทนาบุญด้วยนะคะ
2553/03/03
สุข((สั้นๆ))
ความสุข แม้จะเป็นเพียงระยะเวลาสั้น เราก็ควรจะคว้ามันไว้เนอะ
หลังจากไปค้างที่บ้านพี่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ยังคงมีเหตุให้ไปค้างด้วยอีก สองวันสามคืน เพราะเมื่อวันอาทิตย์ พี่โทรมางอแงจะให้ไปหาให้ได้ ซึ่งก็ไปไม่ได้อ่ะ งอไปแงมา เลยบอกว่างั้นจะไปให้ดูแลสองสามวัน ยินดีป่าว พี่เลยเลิกงอแง และมาอ้อนให้ไปทำสังฆทานด้วยกันแทน
เช้าวันจันทร์ ไปหาพี่ที่บ้าน เนื่องจากเมื่อคืนเมาและมิสามารถทำตัวเองให้ตื่นมารับได้ ไปถึงก็เตรียทจัดชุดสังฆทานให้เรียบร้อย แล้วออกจากบ้านไปซื้อปลามาปล่อยพร้อมกับไปทำสังฆทานด้วย ทำธุระเสร็จพี่ก็พาไปส่งบ้านให้เวลาไปเก็บของปและจะมารับอีกทีตอนเย็น
อังคาร...พุธ อยู่ด้วยกันแทบตลอดเวลายกเว้นเวลาไปทำงาน แต่ก็มีโทรหากันตลอด
ดีใจ มีความสุข อบอุ่น ชอบอ้อมกอดของพี่อะ ปกติเวลานอนจะไม่ชอบให้ใครกอดเพราะจะมีความรู้สึกอึดอัดมากๆ แต่พี่ก็จะมีระยะห่างของการกอด ทำให้รู้สึกอยากอยู่ในอ้อมกอดนี้ไปนานๆอ่ะ ที่สำคัญ น้อยนักที่จะเจอคนที่กอดเราจากข้างหลังแล้วรู้สึกปลอดภัย และ อบอุ่นได้ขนาดนี้
ปกติพี่จะเป็นคนนอนดึกมากกก ตีสอง ตีสามได้ แต่ช่วงที่อยู่ด้วยกัน ห้าทุ่มพี่ก็เข้านอนละ เพื่อที่ตอนเช้าจะได้มีแรงลุกขึ้นมาขับรถไปส่งที่ทำงาน (ปกติพี่เป็นคนตื่นแต่เช้าไม่เป็นอ่ะ) แถมตื่นได้ง่ายไม่งอแงอีกต่างหาก เสียตรงแค่ว่าพอส่งเสร็จกลับเข้าบ้านไปก็จะไม่ทำอะไร จนทำให้เสียงานเสียการไปเหมือนกัน เพราะกว่าจะเริ่มทำไรได้ก็บ่ายๆเข้าไปละ
ระหว่างเราอยู่ในสถานะอะไรก็ไม่รู้ ไม่เคยพูด ไม่เคยบอกออกมาเป็นคำพูด มีแต่การแสดงออกมาว่าต้องการกันเท่านั้น บางทีหากมองในแง่ดีมันก็ดีที่ไม่ต้องผูดมัดกันด้วยคำพูดที่พูดออกมา เพราะอย่างไรที่เมื่อคนของพี่เค้ากลับมา คำตอบของเรื่องราวต่างๆ มันอาจจะชัดเจนมากขึ้นก็ได้ ว่า...สมควรถอยหรือเดินหน้าเข้าไป
ยอมรับว่าการทำแบบนี้มันก็มีความสุขแค่เพียงชั่วครู่ แต่บางครั้งก็อยากจะขอเก็บความสุขนี้ไว้บ้าง ให้หัวใจมันรู้สึกดี
2553/02/28
เพียงพอ
ช่วงสัปดาห์ก่อน ห่างกับพี่ไปนิดหน่อย ไม่ได้คุยกันอยู่สามวันเต็ม วันแรก...สายๆ ก็ยังคุยกันอยู่ พอพี่ออกไปทำงานลืมเครื่องไว้ที่บ้าน พอกลับมาถึงโทรมาหาฟังน้ำเสียงดูแล้วไม่ค่อยดี ตอนนั้นยุ่งๆ เลยขอวางไปก่อนและบอกจะโทรกลับเอง สักพักพี่ก็ส่งข้อความมาบอกว่าขอไม่คุยปวดหัวมาก มีเรื่องให้คิด
วันที่สอง ... พี่ส่งข้อความมาบอกว่า มีเรื่องเครียดให้คิดขออยู่คนเดียวสักพัก วันนั้นน้อยใจเอามากๆ ไม่ส่งข้อความกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทั้งสิ้น มีความรู้สึกว่า....ทำไมสุขด้วยกัน แล้วเราไม่ทุกข์ด้วยกันล่ะ ถ้าเป็นแบบนี้จะไม่โทรหาอีกแล้วให้เป็นฝ่ายโทรมาเองแล้วกัน
วันที่สาม ... มีสอบ จนเที่ยงครึ่ง พี่ส่งข้อความมาอวยพรตั้งแต่มะคืน แต่พึ่งได้อ่านตอนเช้าสอบเสร็จพี่ส่งมาถามว่าสอบเสร็จยัง และก็โทรมาหา
สรุป ก็ใจอ่อนเหมือนเดิม เพราะ 3 วันนั้น เหมือนพี่เค้าไม่ได้หายไปไหน มีข้อความมาถึงตลอดเหมือนกัน
จนวันอังควรพี่กลับบ้านไปหาครอบครัว ทำให้ห่างกันออกไปอีกจังหวะหนึ่ง แต่ก็ได้คุยกันและได้รับข้อความทุกวัน
วันพฤหัส ... พี่กลับมา กทม โดยรถตู้เพราะก่อนไปเอารถไปซ่อมไว้ มาถึงก็ไปเอารถไม่คิดเลยสักนิดว่าพี่จะมารับ อยู่ๆก็โทรมาถามว่าอยู่ไหนแล้ว พี่ถึงนี่แล้ว ลงกลางทางได้ไหม มันก็ต้องได้อ่ะ ก็มาแล้วนี่น่า
วันศุกร์ ... พี่มารับตั้งแต่สี่โมงเพื่อไปอยู่เวรปฐมพยาบาลที่งานวัด นั่งเป็นเพื่อนทั้งๆที่ไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่ รู้ว่าพี่เบื่อที่ต้องมานั่งเฉยๆตั้ง 4 ชั่วโมงครึ่งแน่ะ
คืนนั้นเลยชดเชยด้วยการเฝ้าพี่ไปพร้อมกับการหลับที่โซฟา จนเกือบตีหนึ่งได้ ง่วงมากๆ โดนไล่ไปนอน เลยหนีไปนอนดีกว่า
ขอบคุณที่ให้เกียรติกัน ไม่ทำให้รู้สึกว่าการไปค้างที่ห้องพี่นั่นเป็นเรื่องน่าอาย
ขอบคุณวันเวลาดีดีในเวลาน้อยนิดที่มีที่เราได้ใช้ด้วยกันนะคะ
วันเสาร์ ... ตื่นมาแต่เช้าเพราะนอนไม่หลับ ผิดที่ด้วยมั๊ง อีกอย่างพี่นอนดิ้นด้วยแหละ แถมมานอนใกล้ๆ ใจเต้นตึ๊กๆ แอบเขิลอยู่คนเดียว หุๆๆ
วันนี้ทำกับข้าวให้พี่ทาน อาหารง่ายๆ ไข่เจียวกับต้มจืดผักกาดขาว คุ้ยมาทั้งตู้สามารถทำได้แค่นี้อ่ะ(เพราะไม่มีอะไรเลย)
ตอนเที่ยงแอบหลับ พี่เอาผ้าห่มมาให้กอด เพราะจำได้ว่าชอบนอนกอด มุดผ้าห่ม ดีใจๆๆ
บ่ายแก่ๆ ก็ต้องเตรียมตัวมาเรียน ก่อนออกจากบ้านพี่บอกว่าจะรอรับกลับ ดีใจมากๆเลย แต่ก็เกรงใจพี่อีกนั้นแหละ เพราะตอนที่ไปถึงที่เรียนนั่นก็พึ่งสี่โมงครึ่ง กว่าจะเลิกก็สามทุ่ม ต้องรออีกตั้ง 4 ชั่วโมงครึ่ง แต่พี่ก็ริ
ดีใจนะคะกับช่วงเวลาที่เราได้ใช้ด้วยกัน แม้อาจเป็นเวลาสั้นๆ แต่มันก็มีความหมายมากมายค่ะ ถ้าแนทไม่ได้คว้ามันไว้และยึดติดกับเรื่องเดิมๆ คงจะไม่ได้เจอสิ่งเหล่านี้เนอะ
ถึงบางครั้งคนเราจะต้องการความมั่นใจในความรู้สึกที่มีต่อกัน แต่หากรู้ว่าคำพูดที่พูดออกมาอาจทำร้ายคนที่ได้รับฟัง เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายภาคหน้าอาจจะไม่มีอะไรดีเลย หรืออาจจะไม่เป็นไปอย่างที่เราคิดก็ได้
สิ่งที่รู้ได้ตอนนี้คือการกระทำดีดีที่มีให้แก่กันระหว่างเราสองคน
ขอบคุณที่ทำให้ได้รู้ว่าการให้โดยไม่ต้องหาซื้อสิ่งของเป็นอย่างไร
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าการได้รับโดยไม่ต้องเรียกร้องหรือบอกกล่างเป็นอย่างไร
ขอบคุณที่เข้าใจในความเป็นแนท
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าการที่ได้ทำอะไรให้ใครสักคนมีความสุขแบบนี้
และ
ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่า การได้ดูแลใครสักคนเนี่ยะ มันเป็นอย่างไร
อีกไม่กี่วันพี่ก็จะไปปฏิบัติธรรมแล้ว คราวนี้ต้องห่างกันตั้ง 7 วันเต็ม ก็ขออนุโมทนาด้วยนะคะ
7 วันนี้อาจทำให้เราทั้งคู่ มอง และ เห็นอะไรๆ ที่ชัดเจนขึ้นก็ได้
ครั้งนี้ ... มันอาจไม่ใช่ความรัก แต่รู้สึกผูกพันอย่างบอกไม่ถูก เต็มใจที่จะยืนตรงนี้ทั้งๆที่มองไปข้างหน้าอนาคตไม่เป็นอย่างที่คิด
ขอเพียงว่า ... มองไปยังมีพี่ พี่มองมายังมีแนท เรามีความสุขในแต่ละวันก็เพียงพอแล้วเนอะ ^^
2553/02/26
ความสุข
การที่ได้พบ เจอ รู้จักคนๆนึง และได้พบว่ามีความรู้สึกดีดีให้แก่กัน แถมยังเป็นคนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ภาษาเดียวกัน เข้าใจกันแม้ไม่ต้องเอ่ยเป็นคำพูดออกมา มันรู้สึกดีนะ
การที่ตื่นมาแล้วได้รับรู้ว่ามีคนคิดถึง การที่มีคนคอยเป็นห่วงเวลาที่ไม่สบาย และคอยห่วงใยกันก่อนนอน มันก็ทำให้รู้สึกดี
แต่หากการกระทำทั้งหมดต้องเดินอยู่บนเงื่อนไขที่เราได้ตั้งไว้กับตัวเอง มันจะเจ็บปวดแค่ไหน และความสุขทั้งหมดมันจะเกิดขึ้น หากเรารู้จักวางเงื่อนไขนั้นลง
และหากเราวางเงื่อนไขทั้งหมดนั้นละ ความเจ็บปวดมันก็ย้อนกลับมาทำลายเราอยู่ดีนั่นแหละ
แต่ถ้าเรา .... มองแบบคนเห็นแก่ตัว คว้าความสุขที่กำลังวนเวียนอยู่รอบตัวเองในตอนนี้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุดมันจะได้ไหม เพราะเวลาที่จะมีให้แก่กันมันน้อยซะเหลือเกิน ถ้านับจากวันนี้ ก็คงเหลือวันและเวลาเพียง 5 วันเท่านั้น และใน 5 วันนี้จะเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เราไม่ได้พบเจอกันหรือเปล่า
วันนี้ต้องเลิกงาน 3 ทุ่ม พยายามอ้อนวอนน้องสาวให้มารับ แต่มันก็ไม่มา ... ลองเกริ่นๆ ให้พี่ฟัง พี่ก็ย้อนถามกลับมาว่าแล้วทำไมไม่บอกพี่ .... ก็ได้แต่บอกไปว่าเกรงใจ ก็พี่พึ่งมารับแล้วมันก็ดึกด้วยอะ สรุป..พี่ก็เต็มใจมารับ แต่มีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้สับสนใจเป็นอย่างมาก
ก่อนจะตัดสินใจรับเงือนไขนั้น ... คิดอยู่เป็นชั่วโมงว่ายังไงดี ถามอะไรไป พี่เค้าก็ไม่ได้ให้คำตอบอะไรที่ชัดจน จนเราไม่อยากตัดสินใจนั่นแหละ พี่เค้าถึงได้บอกให้เราเข้าใจว่าทำไมเค้าถึงต้องตั้งเงื่อนไขนั้นขึ้นมา
พอรับรู้ทั้งหมดก็ อืมมมมม.....ยอมรับเงื่อนไขนั้นแต่โดยดี กับการที่เราตัดสินใจแล้วว่า ขอใช้เวลากับความสุขที่มีอยู่น้อยนิดดีกว่า และมันก็คงจะดีกว่า...เราไมได้อยู่ด้วยกันและไม่ได้มีความสุขด้วยกันเลย
2553/02/25
เหงา(อีกแล้ว)
เหงา
ความรู้สึกนี้มาอีกแล้ว เมื่อไหร่ที่เหงา น้ำตาก็ไหลทุกที
เหตุ
คงเกิดจากความสับสนในจิตใจและความรู้สึก
ที่ไม่รู้ว่า "คิดอย่างไร"
นัทบอกว่า ... ให้ใจเย็น รู้จักรอและเผื่อใจ
ควรทำตั้งแต่วันนี้เลยไหม
เพื่อที่ถึงวันนั้นเมื่อไหร่ มันอาจจะเจ็บน้อยลง
ขอบคุณที่เข้าใจกัน ขอบคุณที่ยังมีนัทเป็นเพื่อน
เป็นน้องนะ
อยากให้มันวันที่น้ำตาจะไม่ไหลเพราะความรู้สึกแบบนี้จัง
เมื่อไหร่ "ความสุข" จะเป็นของเรานะ
2553/02/23
เลว
ส่วนอีกเรื่องเป็นความเลวที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้ทำเอง ไม่รู้เรื่องด้วยซ้ำว่าได้ทำเรื่องเลวๆ เรื่องนั้นไปแล้ว แต่มาได้รู้ว่า เออ!!!ชั้นทำความเลวเป็นเรื่องที่สอง ก็เพราะมีคนทักขึ้นมาว่าได้ทำลงไปไหม
++++++++++++++++++++++++
ช่วงเดือนที่ผ่าน ... ได้รู้จักและสนิทกับพี่คนนึงจนตอนนี้นับถือกันเป็นพี่เป็นน้องไปแล้ว และพี่เค้าก็ได้เล่าให้ฟังว่าแฟนของพี่เค้าเป็นหมอดูและดูดวงได้แม่นมาก สามารถดูได้ทั้งต่อหน้า ทางโทรศัพท์และทาง MSN ซึ่งปกติแนทเป็นคนที่ไม่ชอบการดูดวงเป็นอย่างมาก เพราะที่เห็นๆ มานั้น หมอดูก็คู่กะหมอเดานั่นเอง
แต่บังเอิญ...ช่วงที่ผ่านมา มีความรู้สึกว่าดวงของความรักแนทมันแปลกๆ ถ้าไม่มีคนมีแฟนแล้วมาจีบ ก็จะเป็นคนที่ได้เลิกกะแฟนไปแล้ว และตัดสินใจมาเริ่มต้นใหม่กับแนทและทดลองดูๆ กันไป ยังไม่ตัดสินใจคบกันเป็นเรื่องเป็นราว และพอเวลาผ่านไป....แฟนพวกเค้าก็กลับมา และพวกเค้าก็ยินดีกลับไปคบกับคนเก่าของเค้ากันทั้งนั้น
อย่างรายแรก ... แนทดูๆ กับเค้าได้ประมาณเดือนครึ่งและในระหว่างนั้นแฟนเค้าก็กลับมาขอคืนดี เค้าก็รับกลับเข้ามาโดยที่ต้องการคบทั้งสองคน แนทอดทนอยู่ได้ไม่นานก็มีคำถามต่างๆมากมาย โดยเฉพาะคำถามที่ว่า "ชั้นเป็นอะไรและยืนอยู่ที่ตรงไหน" สุดท้าย ก็เป็นคนขอเดินออกมาเอง
รายที่สอง ณ ปัจจุบัน คนๆนี้ .... ก่อนหน้าจะมาเจอแนท แฟนเค้าไปต่างประเทศและยืนยันว่าจะไม่กลับมาเมืองไทยแน่นอน ถ้าคนๆนี้ไม่ตามเค้าไปอยู่ที่ต่างประเทศ และอยู่มาวันนึงเค้าก็บอกว่า "ให้คุณไปมีแฟนใหม่เหอะ เพราะยังไงเค้าก็ไม่กลับมาอีกแล้ว" แนทกับเค้าถึงได้เริ่มศึกษากัน แต่..ก็ยังไม่อะไรมากมาย เพราะเค้าก็ยังผู้กพันกับคนเก่า แนทก็เหมือนยึดเค้าให้ลืมคนแรกเช่นกัน ต่างฝ่ายต่างไม่แสดงความรู้สึกอะไรออกมาให้ชัดเจน มีเพียงแค่ความห่วงใยต่อกัน
บางครั้ง ... แนทเคยแอบคิดว่า ที่เป็นแบบนี้เพราะแนทเคยทำผิดต่อแฟนแนทมาก่อนหรือเปล่า เค้ายังอยู่ข้างๆ และกำลังแก้แค้นเราอยู่หรือเปล่า หรือสิ่งที่แนทเคยทำไม่ดี กำลังย้อนกลับมาทำลายตัวแนทเองและให้แนทใช้เวรใช้กรรมที่แนททำไปใช่ไหม
จนวันที่แนทตัดสินใจให้แฟนพี่เค้าดูดวงให้ผ่าน msn พี่เค้าถามเพียงแค่ วันเดือนปีเกิด เท่านั้น พร้อมกับคำถามที่แนทอยากรู้
พี่:ขอคำถามค่ะ
แนท:แนทอยากรู้เพียงว่าเรื่องความรักของแนทที่เป็นแบบนี้เพราะเค้าด้วยหรือเปล่า
พี่เค้าหายไปสักพัก ไปผูกดวง ไปทำอะไรสักอย่างนี่ละ แนทไม่กล้าถาม และพี่เค้าก็กลับมาพุดประโยคแรกทำให้แนทอึ้งไปมากๆ เพราะเรื่องต่างๆ เหล่านี้ แนทยอมรับว่าแนททำผิดโดยที่ไม่ได้บอกใคร มีเพียงเพื่อนที่ทำงานที่รู้ และพวกเค้าก็ได้ไม่รู้จักกันอย่างแน่นอน
พี่:เค้ายังอยู่ข้างๆ แนท เค้ามาดี เค้ายังไม่หมดอายุขัยเลยยังไปไหนไม่ได้
แนท:ค่ะ
พี่:พี่ถามจริงๆนะ ก่อนเค้าเสียแนทนอกใจเค้าใช่ไหม
แนท(อึ้ง):ค่ะใช่(ยอมรับแต่โดยดี)
พี่:เค้ารู้นะรู้ไหมและเค้าก็โกรธอาฆาตแนทมาก
พี่:เค้าตัวเหลืองมากเลย มีปัญหาเรื่องตับก่อนเสียใช่ไหม
แนท:ค่ะ
พี่:เค้าบอกว่าเค้าเสียใจนะ อะไรที่เป็นของเค้าแนททิ้งหมด เหลือแต่รูปอย่างเดียว
แนท(เก็บไว้แต่รูปอย่างเดียวจริงๆ):ค่ะ
พี่:แล้วที่เค้าอยากกินและสัญญาเค้าไว้คืออะไร ทำให้เค้าด้วยนะ
แนท:ค่ะ
พี่:เค้าอยากรู้ว่าสิ่งที่แนททำไม่ดีกะเค้าไว้จะไปไหว้และขอโทษเค้าไหม
แนท:ค่ะ
พี่:เค้าโกรธและอาฆาตแนทเรื่องนี้มาก เค้าอยากให้แนทเสียใจเหมือนอย่างที่เค้าเป็น
แนท:ค่ะ
นั่นเป็นแค่ข้อความบางส่วนค่ะ .... ที่ตรงเอามากๆ ทั้งๆที่เค้าไม่เคยรู้เรื่องอะไรของแนทเลย เค้าไม่ได้ถามนำเหมือนหมอดูบางท่าน และแนทก็จะไม่ตอบเป็นเรื่องเป็นราว เพียงค่ะ ค่ะ เท่านั้น แต่ทุกประโยคที่เค้าพูดออกมา มันคือความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด
เหตุการณ์ที่สอง
พี่:แนทคะ แนทเคยให้การช่วยเหลือใครในการทำแท้งไหม
แนท:ไม่ค่ะ
พี่:แนทแน่ใจนะคะ คิดดูใหม่
แนท(นั่งคิดไปชั่วขณะ):นึกออกแล้วค่ะ มีเพื่อนเคยมายืมเงิน แล้วแนทมารู้ทีหลังว่าเค้าเอาไปทำแท้งให้ลูก แต่แนทไม่รู้นะว่าเค้าเอาไปทำ
พี่:แล้วทำสำเร็จด้วย รู้ไหม พ่อแม่เด็ก คนพาไป หมอ หรือคนที่ให้การช่วยเหลือโดยไม่รู้เรื่องราวอะไร บาปกรรมเท่ากันหมด
แนท:ไม่คิดเลยค่ะ เพราะแนทไม่รู้
พี่:ช่วงหลังมีหลงๆ ลืมๆ ไหม รู้สึกไม่อยากกินข้าวอยากกินแต่ขนมของหวานไหม รู้สึกว่าของที่ต้องการหา ทั้งๆที่รู้ว่าอยู่ตรงนี้แล้วหายไปไหม บางทีไปโผล่อยู่ที่อื่น
แนท:มีค่ะ (และเป็นบ่อยมาก)
อึ้งค่ะอึ้ง .... อึ้งที่เค้ารู้ในเรื่องที่เราไม่ได้เคยบอกใคร
เรื่องแรก ... แนทมีคนที่คบค่ะ แต่เราทะเลาะกันและแนทบอกเลิกเค้าไปแล้ว ระหว่างนั้นแนทก็มาเจอนะโม และคบกับนะโมมาตลอด แต่เค้าก็ยังอยู่เคียงข้างแนทไม่ไปไหน นานๆ เราจะเจอกันสักที ที่เคยโทรหากันก็ลดน้อยลง แต่เค้ายังคงคิดว่าแนทยังคบกะเค้าอยู่และเค้าพูดเสมอว่า สักวันยังไงก็ต้องกลับมาหาเค้า
เรื่องที่สอง ... แนทให้เงินเพื่อนไป โดยที่แนทไม่รู้ว่าเค้าเอาไปทำแท้งให้ลูก มารู้ทีหลังแล้ว มันก็แก้ไขอะไรไมได้
ตอนที่ได้รับคำทำนายนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนนั้น .... หลอนเอามากๆ กับวิญญาณสองดวงที่อาฆาตกับแนท ทำเอาแนทนอนไม่หลับเลย แต่พี่เค้าก็บอกว่าให้สังเกตน้องหมา ถ้าเค้าเห่าและมองที่ไหนนั่นละแสดงว่าพวกเค้าวนเวียนอยู่กะแนท แต่แนทก็มั่นใจค่ะว่าเค้าไม่มาให้น้องหมาเห็นหรอก เพราะแนทจะไหว้ขอเจ้าที่บ่อยมากว่า อย่าให้สิ่งที่ทำให้ต้องกลัวเข้ามาในบ้านนะคะ ขอพวกเราอยู่แบบสงบสุขในบ้านของเราเอง
แต่พวกเค้าจะมาในแง่ของความฝันค่ะ .... และยอมรับว่าฝันไป จำได้ ก็ไม่ได้เก็บเอามาคิดเลยว่ามันสื่อถึงอะไร พอวันนี้ตอนนี้ย้อนคิด ก็อืม..........เค้าคงมาบอกให้เรารู้อ่ะค่ะ ว่าเค้ายังมีตัวตนอยู่
และพี่ก็ยังให้คำปรึกษาในการแก้กรรมอีกด้วย คงต้องปฏิบัติอะไรให้เค้าอีกหลายๆอย่าง เพื่อให้ความอาฆาตของเค้าค่อยๆลดลง ..... ((เรื่องนี้ใครไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะคะ แต่ก่อนแนทก็ไม่เชื่อ ตอนนี้แนทเชื่อจนหมดใจเลยล่ะค่ะ))
ส่งท้าย ... พี่เค้าก็ยังดูเรื่องความรัก ส่งท้ายให้
พี่:แนทจะมีคนเข้ามา แต่ไม่ใช่คนแบบที่แนทชอบ หรือไม่ถ้าเป็นคนแบบที่แนทชอบก็คือจะเป็นคนที่แนทจะไม่สามารถจะรักได้ และคนแบบหลังตอนนี้เค้าอยู่ใกล้แนทมากกกกก
แนท:ค่ะ ((ตอนนั้นไม่เชื่อเท่าไหร่ และสดๆ ร้อนๆ เมื่อคืนคนๆนั้นเค้าพึ่งมาบอกแนทว่า อดีตแฟนเค้าจะกลับมาตอนเมษา และไม่รู้ว่าจะกลับไปอีกไหม .... ที่สำคัญเค้าจะมาอยู่กะพี่เหมือนเดิม))
แล้วจะให้แนททำยังไงคะ นอกจาก .... ถอย และถ้าความอาฆาตของเค้าเป็นจริง แนทก็ต้องรับกรรมนี้ไปละค่ะ อย่างน้อยแนทก็ทำผิดกับเค้าจริงๆ
ขอโทษนะคะ .... สิ่งที่ติดค้างกันไว้ แนททำแน่นอน ^^ รู้ว่ารักมาก ก็แค้นมาก เกลียดมาก แต่ก็รู้อีกแหละว่าอยากให้แนทมีความสุข พวกเค้าอาจจะยังไม่ดีในสายตาคุณละมั๊ง ((ใช่ไหม))
